Equality

คือ ความเท่าเทียมที่สามารถเข้าถึงโอกาสหรือการได้รับสิ่งต่างๆอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติในความแตกต่างด้านอายุ ความทุพพลภาพ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา รสนิยมทางเพศ เป็นต้น ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นสถานศึกษาที่มีนักศึกษาจากหลากหลายพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เข้ามาศึกษาหาความรู้เพื่อนำไปประกอบอาชีพ นำไปต่อยอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาองค์กร สังคม เศรษฐกิจ และมีบุคลากรที่หลากหลายที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ทำให้มหาวิทยาลัยมหิดลให้ความสำคัญต่อความเท่าเทียมภายใต้สถานศึกษาแห่งนี้ที่จะสร้างความเท่าเทียมระหว่างคนทุกกลุ่ม ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ให้เกิดโอกาสสร้างอนาคตทางสังคมร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์ มีความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน
Equality
สถิตินักศึกษา บุคลากร ที่แบ่งเพศ ผู้พิการ
ความเท่าเทียมทางการศึกษา
มหาวิทยาลัยมหิดลมี หน่วยบริการสนับสนุนสำหรับนักศึกษาพิการ ที่บริการสนับสนุนนักศึกษาพิการให้สามารถเข้าถึงระบบการเรียน การสอนของมหาวิทยาลัยฯ ได้เท่าเทียมกับนักศึกษาทั่วไป เพื่อสร้าง สังคมแห่งการอยู่ร่วมกันระหว่างคนพิการและคนทั่วไป โดยมีการให้บริการดังนี้
จัดการศึกษาให้เหมาะสมกับผู้เรียน โดยให้คำแนะนำ บริการสนับสนุนนักศึกษาพิการกับคณะ ส่วนงานต่างๆ เพื่อให้คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยสามารถจัดการศึกษาสำหรับนักศึกษาพิการได้ตามความเหมาะสม อำนวยความสะดวกในการสอบ เช่น การขยายเวลาสอบ ผู้ช่วยอ่านข้อสอบ ฯลฯ
บริการผลิตสื่อตามความต้องการของนักศึกษาพิการแต่ละบุคคล เช่น บริการผลิตสื่ออักษรเบรลล์ สื่อภาพนูน
บริการอุปกรณ์เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่นรถวีลแชร์ อุปกรณ์ทดแทนเมาส์ ทางลาดแบบพกพา Braille display โปรแกรมอ่านจอภาพหรือขยายจอภาพสำหรับผู้พิการทางการเห็น
บริการอาสาสมัครช่วยเหลือนักศึกษาพิการตามความต้องการจำเป็นของแต่ละบุคคล
ส่งเสริมให้นักศึกษาพิการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม
ร่วมให้ข้อคิดเห็นในการปรับสภาพแวดล้อมแบบ Universal Design ให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้
จัดเตรียมความพร้อม และสร้างโอกาสทางการประกอบอาชีพ โดยการจัดโครงการศึกษาดูงาน และเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพ เพื่อพัฒนานักศึกษาพิการให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ
ความเท่าเทียมทางเพศ
มหาวิทยาลัยมหิดลให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศ เริ่มตั้งแต่การเปิดรับสมัครงานที่ไม่จำกัดเพียงเพศใดเพศหนึ่ง อาจจะเป็นเพศชาย เพศหญิง เพศทางเลือก ซึ่งเรามั่นใจว่าทุกเพศล้วนมีความตั้งใจที่จะเข้ามาปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ แต่หากเมื่อไรเกิดความจำเป็นที่ไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ อาจมาจากสาเหตุความเจ็บป่วย ธุระส่วนตัว ก็จะสามารถใช้ สิทธิ์การลาของพนักงานมหาวิทยาลัย/พนักงานมหาวิทยาลัย (ชื่อส่วนงาน) ได้ โดยเพศหญิงจะมีสิทธิ์เพิ่มเติมจากสิทธิ์การลาพื้นฐานที่ได้รับเงินเดือนอัตราปกติ คือ ลาคลอดบุตร ที่สามารถลาได้ไม่เกิน 90 วัน และเพศชาย คือ ลาดูแลบุตรและภรรยาหลังคลอด ที่สามารถลาได้ไม่เกิน 15 วันทำการ และการลาเกี่ยวกับราชการทหารที่สามารถลาได้ตามระยะเวลาที่ทางราชการกำหนด
นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ เช่น “HeForShe University Tour Bringing Gender Equality to Your Campus” ที่จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักถึงความเสมอภาคทางเพศแก่นักศึกษา ผ่านการอภิปรายพร้อมกรณีศึกษาจากนักเคลื่อนไหวผู้ที่มีประสบการณ์ นักแสดงและนักรณรงค์เรื่องสิทธิ์สตรีผ่านแคมเปญ Don’t tell me how to dress และ Tell men to respect นักเคลื่อนไหวทางสังคม พร้อมนักศึกษาร่วมอภิปราย ระดมความคิด ตลอดจนแนวทางการแก้ปัญหา พร้อมจัดนิทรรศการพลังสังคมหยุดคุกคามทางเพศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ #DontTellMeHowToDress
มีการให้บริการเฉพาะด้าน อย่าง คลินิกชุมชนสีลม (Silom Community Clinic) ที่เป็นศูนย์บริการสาธารณสุขเฉพาะทางสำหรับการแก้ปัญหาการระบาดของเชื้อเอชไอวีอันเป็นภาระหนักในกลุ่มเกย์ ชายมีเพศสัมพันธ์กับทั้งสองเพศ ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) และกะเทย สาวประเภทสอง และหญิงข้ามเพศ (TGW)